บริการของเรา

ยุคที่ผู้ให้บริการต่างเร่งพัฒนาให้ AI ฉลาดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกัน ภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ก็กำลังยกระดับศักยภาพด้วย AI จนกลายเป็นความท้าทายที่องค์กรไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป
รายงาน 2026 Global Threat Landscape Report ของ Fortinet ชี้ให้เห็นว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์วันนี้กำลังพัฒนาเป็น “ระบบอาชญากรรม” ที่ทำงานแบบเป็นขั้นตอน มีเครื่องมืออย่าง AI เข้ามาเร่งความเร็วของการโจมตีอย่างชัดเจน
โดย FortiRecon adversary intelligence ระบุว่า มีจำนวนเหยื่อแรนซัมแวร์ทั่วโลก เพิ่มขึ้นกว่า 7,831 ราย จากประมาณ 1,600 ราย ในรายงานปีก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้นเป็น 389% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการแพร่หลายของเครื่องมืออาชญากรรมไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ช่วยให้ผู้โจมตีลงมือได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และเพิ่มความเร็วในการโจมตีได้มากกว่าเดิม
อาชญากรรมไซเบอร์ กำลังพัฒนาการโจมตี?
AI กำลังเร่งกระบวนการตั้งแต่การสำรวจเป้าหมาย การวางแผน ไปจนถึงการลงมือโจมตี ทำให้ Time-to-Exploit ลดลงเหลือเพียง 24-48 ชั่วโมง จากเดิมที่เคยใช้เวลามากถึง 4.76 วัน
นี่คือความเสี่ยงขององค์กรที่น่ากังวล เพราะในอดีต องค์กรเคยมีเวลาในการติดตามข่าวช่องโหว่ ทดสอบแพตช์ วางแผนอัปเดตตามลำดับ แต่ในยุคที่ผู้โจมตีใช้ AI ทำงานด้วยความเร็วแบบนี้ การป้องกันแบบเดิมอาจไม่พออีกต่อไป
นอกจากนี้ ผู้โจมตีไม่ได้พุ่งเป้าเฉพาะองค์กรเทคโนโลยีเท่านั้น โดยมี 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกแรนซัมแวร์โจมตีมากที่สุด ได้แก่ ภาคการผลิต 1,284 ราย, บริการธุรกิจ 824 ราย และค้าปลีก 682 ราย สะท้อนว่า ทุกองค์กรที่มีระบบดิจิทัล มีข้อมูลลูกค้า มีระบบการเงิน มีซัพพลายเชน หรือมีบริการออนไลน์ ล้วนกลายเป็นเป้าหมายได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นอีกโจทย์สำคัญขององค์กรยุคใหม่ ที่อาจต้องบริหารความเสี่ยงองค์กรอย่างจริงจังมากขึ้น
การมีผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity ช่วยดูแล คือความจำเป็นในยุค AI
เมื่อภูมิทัศน์ของเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ก็เปลี่ยนตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อ AI เริ่มถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยโจมตี ทำให้ภัยคุกคามเกิดขึ้นเร็วขึ้น ซับซ้อนขึ้น และตรวจจับได้ยากกว่าเดิม Security life cycle ในฐานะผู้ให้บริการด้าน Cybersecurity
-สามารถช่วยให้องค์กรรับมือกับภัยคุกคามได้รอบด้านมากขึ้น บนมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล ด้วยระบบจัดการและควบคุมการเข้าถึงและการแสดงผลสถานะภัยคุกคาม ไม่ว่าจะเป็น
-การทำ Penetration Testing หรือทดสอบการเจาะระบบเพื่อหาจุดอ่อน หรือช่องโหว่ของระบบงาน
-ตรวจสอบช่องโหว่ของระบบ หรือ การทำ Vulnerability Assessment (VA Scan) เพื่อหาความเสี่ยง จุดอ่อน และระดับความรุนแรง ของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกโจรกรรมข้อมูลและการโจมตีทางไซเบอร์
-หรือการใช้ Security Information & Event Management (SIEM) ระบบที่ใช้ในการจัดการกับ Log และ Event ต่าง ๆ ช่วยวิเคราะห์และหาความเชื่อมโยงของ Event ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทั้งหมด รวมถึงการ Alert ระบุตำแหน่งภัยคุกคามเมื่อมี Event ที่ผิดปกติ ทำให้สามารถป้องกัน และตอบสนองภัยคุกตามได้อย่างรวดเร็ว
เพื่อติดตามภัยคุกคามแบบใหม่ได้ตลอดเวลา การมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยดูแลจึงช่วยลดภาระ ลดความเสี่ยงจากการลองผิดลองถูก ทำให้สามารถยกระดับความปลอดภัยได้อย่างมีทิศทางมากขึ้น
ที่ช่วยให้องค์กรใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะในโลกที่ภัยไซเบอร์เปลี่ยนแปลงทุกวัน องค์กรจำเป็นต้องมีทั้งเทคโนโลยี กระบวนการ และคนที่เข้าใจสถานการณ์จริง เพื่อให้สามารถป้องกันและตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้ทันเวลา
การมีทีม Cybersecurity จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากระบบล่ม ข้อมูลรั่ว หรือถูกแรนซัมแวร์ล็อกระบบ ความเสียหายจะกระทบทั้งรายได้ ความเชื่อมั่นของลูกค้า คู่ค้า และภาพลักษณ์องค์กร ไปจนถึงความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
อ้างอิง
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

วันที่ 18 พ.ค. 2569
บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้าน Local Cloud และ Digital Platform สัญชาติไทย รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้รวม 846 ล้านบาท เติบโต 16.03% พร้อมยอด VMI ทะลุ 108,701 VMI สะท้อนความต้องการใช้งาน Cloud Infrastructure ภายในประเทศที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจ

วันที่ 18 พ.ค. 2569
ในยุคที่ AI สามารถสร้างรูปภาพ วิดีโอ และเนื้อหาได้อย่างสมจริงจนแทบแยกไม่ออกจากของจริง อีกทั้งการปลอมแปลงข้อมูลอย่าง "Deepfake" จาก AI กลายเป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งการสร้างความเข้าใจผิด การบิดเบือนข้อมูล และความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ต่อองค์กรและสังคม เพื่อป้องกันเหตุการณ์เหล่านั้น แนวคิดเรื่อง “Digital Provenance” จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะข้อมูลต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะของจริงหรือของปลอม ทุกคนไม่อาจรู้ถึงแหล่งที่มาของข้อมูลเหล่านั้นได้ทั้งหมด
บทความ

วันที่ 18 พ.ค. 2569
บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ผู้ให้บริการ Local Cloud และ Digital Platform สัญชาติไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 (ม.ค. – มี.ค.) มีรายได้จากการให้บริการรวม 846.10 ล้านบาท เติบโต 16.03% และมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Core Profit) อยู่ที่ 65.65 ล้านบาท เติบโต 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธุรกิจ