Background
บทความ

องค์กรยุคใหม่ต้องนำแฮกเกอร์หนึ่งก้าว รับมือภัยคุกคามด้วยกลยุทธ์ Preemptive Cybersecurity

ลงเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569

FacebookLineTwitter
องค์กรยุคใหม่ต้องนำแฮกเกอร์หนึ่งก้าว รับมือภัยคุกคามด้วยกลยุทธ์ Preemptive Cybersecurity

ปัจจุบัน ในยุคที่ดิจิทัล และเครื่องมือต่าง ๆ มีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ล้วนถูกจัดเก็บอยู่รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ในฐานข้อมูลที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตามความปลอดภัยดังกล่าวเริ่มถูกสั่นคลอนเมื่อการโจมตีทางไซเบอร์มาในรูปแบบใหม่


ข้อมูลล่าสุดจาก Gartner ชี้ให้เห็นถึงภัยทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ที่น่ากังวล เมื่อแฮกเกอร์เปลี่ยน AI เป็นอาวุธโจมตี ส่งผลให้การโจมตีซับซ้อน และรวดเร็วเกินว่าระบบการรักษาความปลอดภัยแบบเดิมจะตามทัน ที่กว่าจะรู้ตัวธุรกิจก็อาจเสียหายจนประเมินค่าไม่ได้


องค์กรยุคใหม่ หรือ ผู้ให้บริการด้าน Cyber Security จึงต้องเปลี่ยนผ่านสู่กลยุทธ์ Preemptive Cybersecurity โดย Gartner นิยามว่าเป็น Security Model ที่ “หยุดหรือขัดขวางการโจมตีก่อนสำเร็จ” แทนที่จะรอให้เกิด Incident กับระบบ แล้วจึงจัดการซึ่งอาจจะสายเกินรับมือได้ทัน โดยมองว่าในอนาคตการโจมตีทางไซเบอร์จะมาในรูปแบบ AI ซึ่งระบบรูปแบบเดิมที่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ในรูปแบบตั้งรับอาจจะช้าเกินไป ดังนั้นระบบความปลอดภัยจึงควรเป็นแบบทำงานอัตโนมัติได้เองมากขึ้น


ปัจจุบันประเทศไทยมีองค์กรที่พัฒนาระบบความปลอดภัย และพร้อมรับมือกับการโจมตีรูปแบบใหม่ทางไซเบอร์ด้วยศูนย์ CSOC ที่พัฒนาเป็น Preemptive Cybersecurity ด้วยระบบความปลอดภัยแบบ 3D Model ประกอบด้วย


DENY กันไม่ให้โจมตีสำเร็จในครั้งแรก ทำงานด้วยระบบ Virtual Firewall , MFA , ZTNA , WAF/WAAP , VA , Threat Intellingence , Segmentation ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าคอยคัดกรอง และตรวจสอบทุกคนที่พยายามจะเข้ามาในระบบ ถ้าไม่มีสิทธิ์หรือดูน่าสงสัย จะถูกปฏิเสธทันที


DECEIVE หลอกให้ Attacker หลงทาง ทำงานด้วยระบบ Honeypot , Deception Platform เป็นด่านที่สองหาก Attacker สามารถเจาะด่านแรกได้ ทำหน้าที่คล้ายโลกเสมือน สร้างไฟล์ข้อมูลปลอม หรือเซิร์ฟเวอร์ปลอมดัก Attacker และช่วยเพิ่มเวลาในการตรวจจับและป้องกัน

.

DISRUPT ตรวจจับและหยุดAttackระหว่างทาง ทำงานด้วยระบบ EDR , XDR , SIEM , SOAR , Penetration Testing เป็นด่านที่สามเมื่อตรวจจับได้ว่ามีการเข้ามาโจมตีระบบ ระบบป้องกันจะจัดการจะเข้ามาหยุดการโจมตีก่อนที่จะถึงส่วนข้อมูลที่สำคัญ


ระบบป้องกันแบบ Preemptive Cybersecurity จึงทำหน้าที่คล้าย “ด่านตรวจคนเข้าเมืองอัจฉริยะบนโลกดิจิทัล" ที่คอยคัดกรองข้อมูลอย่างเข้มงวด ก่อนที่จะปล่อยให้ผ่านเข้ามาถึงเซิร์ฟเวอร์หรือฐานข้อมูลสำคัญของธุรกิจ


แนวทางนี้ไม่เพียงปิดช่องโหว่ และสกัดกั้นการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาตตั้งแต่ด่านแรก แต่ยังช่วยลดเวลาในการตรวจพบ เพิ่มความเร็วในการรับมือ ลดความเสี่ยงที่ข้อมูล และความเสียหายทางธุรกิจได้ ซึ่งคาดว่าภายในปี 2030 Preemptive Cybersecurity จะกินสัดส่วนมากกว่า 50% ของงบ Security ทั้งหมดจากเดิมที่น้อยกว่า 5% ในปี 2024


การลงทุนกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ในยุคปัจจุบันจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะระบบความปลอดภัยที่รัดกุมคือรากฐานการปกป้องข้อมูลที่มีค่าได้ดีที่สุด

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

INET เปิดศักยภาพ IDC3 ต้อนรับ บจก. โตโยต้า ทูโช เน็กซ์ตี อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) ต่อยอดความร่วมมือด้านดิจิทัลระดับองค์กร

วันที่ 27 พ.ค. 2569

INET เปิดศักยภาพ IDC3 ต้อนรับ บจก. โตโยต้า ทูโช เน็กซ์ตี อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) ต่อยอดความร่วมมือด้านดิจิทัลระดับองค์กร

ธุรกิจ

INET เปิดบ้านต้อนรับ บมจ.ฟอลคอนประกันภัย เยี่ยมชม IDC3 ศูนย์ข้อมูลดิจิทัลมาตรฐานสากล เสริมศักยภาพความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

วันที่ 27 พ.ค. 2569

INET เปิดบ้านต้อนรับ บมจ.ฟอลคอนประกันภัย เยี่ยมชม IDC3 ศูนย์ข้อมูลดิจิทัลมาตรฐานสากล เสริมศักยภาพความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

ธุรกิจ

CapEx พุ่งสูง! จุดเปลี่ยนให้โลกต้องหันมาใช้ Green Data Center

วันที่ 27 พ.ค. 2569

CapEx พุ่งสูง! จุดเปลี่ยนให้โลกต้องหันมาใช้ Green Data Center

บทความ

inet

© Copyright 2024, Internet Thailand Public Company Limited.